สมัครบัตรเครดิต

เลือกประเภทบัตรเครดิต ที่เหมาะกับคุณ


บัตรเครดิตคืออะไร?

บัตรเครดิต คือ บัตร หรือ เอกสาร ที่สามารถใช้ได้ตามกฎหมาย โดยบันทึกข้อมูลบัตรเครดิตหรือรหัสบัตรเครดิต เป็นตัวอักษรหรือ ตัวเลขรหัส ทั้งที่สามารถมองเห็นและมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า ซึ่งออกโดยผู้ประกอบกิจการบัตรเครดิต อาทิ สถาบันการเงินหรือธุรกิจการเงินด้านสินเชื่อต่างๆ ออกให้แก่ผู้บริโภคที่เป็นสมาชิก เพื่อชำระค่าบริการหรือสินค้าต่างๆ หรือค่าบริการอื่นใด แทนการชำระเงินด้วยเงินสด แต่มีเงื่อนไขค่าบริการ จากการใช้บัตรแต่ละครั้ง เจ้าของบัตรต้องชำระค่าบริการ ดอกเบี้ย ค่าธรรมเนียมหรือค่าบริการอื่นใด ให้แก่ผู้ “ออกบัตร”

ลักษณะของบัตรเครดิต

เป็นบัตรพลาสติก ที่มีแถบแม่เหล็กหรือชิบ ที่ได้รับการพัฒนาให้มีการใช้งานบนพื้นฐานความปลอดภัย แยกตามระดับ ดังนี้

  1. บัตรพื้นฐาน บัตรที่ลงท้ายด้วยคำว่า Classic ข้อดี คือ ใช้ฐานเงินเดือนในการสมัครน้อย
  2. เป็นระดับกลาง ลงท้ายด้วยคำว่า Gold ข้อดี คือ มีสิทธิและโปรโมชั่นต่างๆ จากการใช้งานบัตร แต่ผู้สมัครต้องมีพื้นฐานรายได้ค่อนข้างสูง
  3. บัตรระดับสูง ลงท้ายด้วยคำว่า Platinum หรือTitanium เป็นบัตรที่มีการคุ้มครองประกันภัย และสิทธิพิเศษต่างๆ ผลประโยชน์และค่าธรรมเนียมสูงกว่าบัตรทั่วไป
  4. บัตรที่ลงท้ายด้วยคำว่า Exclusive เป็นบัตรที่มีการคุ้มครองประกันภัยสูงกว่าบัตรประเภทอื่นๆ ข้อดี คือ กำหนดรายได้ขั้นต่ำ ผลประโยชน์และสิทธิพิเศษอื่นๆ สูงกว่าบัตรใดๆ

จำแนกการใช้งานตามประเภทของบัตร ดังนี้

  1. บัตรที่สามารถใช้ได้ทั้งในประเทศและต่างประเทศ (International Credit Card) เช่น บัตร อเมริกัน เอ็กซ์เพรส American Express ส่ บัตร ไดเนอรส์ คลับ(Diners Club) บัตรมาสเตอร์ ( Master) บัตรเครดิต วีซ่า (VISA ) เป็นต้น
  2. บัตรที่ใช้เฉพาะในประเทศ เรียกว่า โลคอล เครดิต การ์ด (Local Credit Card) คือ บัตรที่ออกโดยธนาคารต่างๆ ในประเทศไทยโดยเฉพาะ เช่น บัตร KTC ธ.กสิกร บัตร Citibank ธ.กรุงเทพ และ บัตรเครดิตธนาคาร กรุงศรีอยุธยา เป็นต้น
  3. บัตรที่ใช้เฉพาะร้านค้า เรียกว่า สโตร์ การ์ด หรือ ไพรเวท เลเบิล Store Card หรือ Private Label เป็นบัตรที่ออกให้โดยห้างสรรพสินค้าหรือร้านค้าใหญ่ๆ เพื่อใช้ซื้อสินค้าหรือบริการใน เครือข่ายธุรกิจของตนเอง เพื่อส่งเสริมการขาย เช่น บัตรเครดิตเซ็นทรัล บัตรเครดิตเพาเวอร์บาย บัตรเครดิตเทสโก้โลตัส เป็นต้น

วงเงินบัตรเครดิต

วงเงิน คือ องค์ประกอบของบัตร ที่สร้างมูลค่าให้บัตรสามารถใช้งานในรูปแบบที่กำหนดได้ สถาบันการเงิน ธนาคาร หรือผู้ประกอบการบัตรเครดิตเป็นผู้กำหนดวงเงิน เพื่อกำหนดจำนวนเงินที่สามารถใช้ได้ตามประเภทของบัตรและการใช้งาน แยกตามประเภทของบัตรได้ ดังนี้

  • บัตรเครดิตทั่วไป ออกแบบมาเพื่อให้ผู้ถือบัตรสามารถใช้เงินในกรณีฉุกเฉิน ตามวงเงินที่กำหนด
  • บัตรเครดิตพรีเมี่ยม ออกแบบมาสำหรับผู้ที่มีเครดิตดี โดยคุณสมบัติของผู้ใช้งานจะต้องมีรายได้สูงในระดับหนึ่ง
  • บัตรเครดิตไลฟไสตล์ คือ บัตรที่ออกแบบมาเพื่อการช้อปปิ้งในรูปแบบต่างๆ และเพื่อการเติมน้ำมัน
  • บัตรเครดิตเพื่อธุรกิจ เป็นบัตรที่มีสิทธิพิเศษในการรับเงินคืน (cash back) โดยการใช้บัตรทำธุรกรรมต่างๆ เพื่อการดำเนินธุรกิจ อาทิการจองเที่ยวบิน

ข้อดีและประโยชน์ของบัตรเครดิต

  • พกพาง่าย สามารถถอนเงินสดจากเครื่อง ATM
  • ใช้แทนเงินสด ในการชำระค่าสินค้าหรือบริการต่างๆ
  • ป้องกันการถูกโจรกรรม เนื่องจากไม่ต้องพกเงินสดในปริมาณมาก
  • ได้รับสินค้าหรือบริการก่อน การชำระเงิน
  • มีสิทธิประโยชน์ต่างๆ เช่น ส่วนลดจากร้านค้า โปรโมชั่น หรือการสะสมคะแนนเพื่อแลกรางวัล
  • สามารถชำระค่าสาธารณูปโภคหรือบริการอื่นใด เช่น ค่าโทรศัพท์ ค่าอินเตอร์เน็ต ค่าน้ำ ค่าไฟ และสามารถซื้อของออนไลน์ผ่านอินเตอร์เน็ต

ข้อเสียบัตรเครดิต

  • เป็นการใช้เงินที่ไม่มีการวางแผนล่วงหน้า มักทำให้เกิดปัญหาการใช้จ่ายเกินตัว และปัญหาการเงินในภายหลัง
  • มีอัตราดอกเบี้ยและค่าธรรมเนียมที่สูง
  • หากใช้บัตรไม่ระมัดระวัง อาจเป็นช่องทางของมิจฉาชีพ หรือเหตุทุจริตที่ไม่คาดคิดจากคนใกล้ตัว

Sales Slip บิล หรือ เอกสาร ที่ออกให้หลังจากการใช้บัตรเครดิตทำธุรกรรมต่างๆ มีประโยชน์สำหรับการตรวจสอบยอดค่าใช้จ่ายที่เกิดขึ้น สามารถใช้อ้างอิงเป็นหลักฐาน เมื่อมีการเรียกเก็บเงินตามรอบบิลต่างๆ ตามยอดที่ต้องชำระ มีความถูกต้องตรงกันหรือไม่

บัตรเครดิต เปรียบเสมือนผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิคชนิดหนึ่ง ที่ส่งเสริมทางส่งเสริมการตลาดของธนาคาร ทั่วประเทศ สามารถใช้ได้กับร้านค้า ที่มีเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์ของธนาคาร นั้นๆ ระยะเวลาปลอดดอกเบี้ยสูงสุด 45 วัน ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของแต่ละธนาคาร สามารถเลือกชำระคืนขั้นต่ำ ตามใบแจ้งยอดบัญชีบัตรเครดิต ประโยชน์และสิทธิอื่นๆ มากมาย รวมไปถึงการประกันภัย ตลอดทั้งปี

คุณสมบัติเบื้องต้นของผู้สมัครบัตรเครดิต

  • กรณีมีรายได้ตั้งแต่ 15,000 บาท หรือตำกว่า ขึ้นอยู่กับประเภทของบัตร
  • เป็นผู้มีรายได้ประจำ โดยมีอายุงาน 4-6 เดือนขึ้นไป
  • หากเป็นผู้ประกอบการต้องเป็นเจ้าของกิจการไม่ต่ำกว่า 1 ปี (เงื่อนไขแตกต่างกันไปตามหลักเกณฑ์ของธนาคารแต่ละที่และบัตรที่สมัคร)
ความเห็น